» มข. สืบสานประเพณีใหญ่ "บุญเดือนห้า" เปิดพื้นที่พหุวัฒนธรรม นศ.ต่างชาติร่วมสัมผัสเสน่ห์สงกรานต์อีสาน เผยเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่หาไม่ได้จากห้องเรียน (23 Views)

เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานประเพณี "บุญเดือนห้า แห่พุทธบูชา สมมาอาวุโส" ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานฮีต 12 คอง 14 โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัย และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี เป็นผู้นำในพิธีสรงน้ำพระพุทธศิลป์ถิ่นล้านช้างและพิธีขอขมาผู้อาวุโส ในการนี้มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิลปินหมอลำ นักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติจากหลากหลายคณะ รวมถึงชุมชนรอบรั้วมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปพร้อมใจแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยและเสื้อลายดอกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ คุ้มศิลปวัฒนธรรม ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น


สำหรับการจัดงานครั้งนี้นักศึกษาต่างชาติจากโครงการ "Chit Chat in KKU Workplace" ภายใต้การดูแลของกองการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นับเป็นผู้เข้าร่วมอีกกลุ่มที่ได้ก้าวออกจากห้องเรียนมาสัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งแต่ละคนต่างเผยความประทับใจที่แตกต่างกันออกไป


Mr. Michael Deither Agdippa นักศึกษาจากฟิลิปปินส์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งมาร่วมงานเป็นครั้งแรก กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้ร่วมงานเฉลิมฉลองแบบนี้
“นี่เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมได้มีโอกาสร่วมงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นและซาบซึ้งใจมากที่ได้สัมผัสประสบการณ์ล้ำค่าที่มีเพียงปีละครั้ง โดยเฉพาะในรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมประทับใจขบวนแห่มากเป็นพิเศษ เพราะมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวัฒนธรรมไทยนั้นมั่งคั่งและงดงามเพียงใด และแน่นอนครับ อีกสิ่งที่ผมชอบมากคืออาหารอร่อยที่มีให้เลือกทานเยอะมากและหลากหลายจริงๆ เป็นวันที่วิเศษมากสำหรับผมครับ”


ด้าน Ms. Eka Deandra Rahayu นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมาร่วมงานสงกรานต์ที่ มข. เป็นปีที่สอง ได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจจากการเปรียบเทียบประสบการณ์ในพื้นที่ต่างกันว่า
“บรรยากาศที่ขอนแก่นมีความเป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่น ซึ่งแตกต่างจากที่กรุงเทพฯ ที่ดิฉันเคยไปสัมผัสมาอย่างสิ้นเชิงค่ะ เพราะที่นั่นจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติและให้ความรู้สึกเหมือนงานปาร์ตี้มากกว่า แต่ที่นี่ดิฉันกลับประทับใจในความอ่อนโยนและเป็นกันเองของผู้คน โดยเฉพาะตอนที่มีคนเข้ามาปะแป้งสีขาวที่แก้ม  และสิ่งที่วิเศษที่สุดคือการได้เห็นผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางของงาน แม้เราส่วนใหญ่จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ทุกคนก็สามารถมารวมกลุ่มและสนุกไปด้วยกันได้อย่างอบอุ่นและสามัคคีจริงๆ ค่ะ”


ขณะที่ Ms. Tin Htet Htet Lwin จากคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี (KKBS) ประเทศเมียนมา ได้กล่าวถึงความลึกซึ้งของประเพณีสมมาอาวุโสด้วยความซาบซึ้งใจว่า
“ขบวนแห่ในปีนี้ยิ่งใหญ่และงดงามมากค่ะ ดิฉันได้เห็นถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของประเทศไทย แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจและซาบซึ้งใจให้ดิฉันมากที่สุด คือการได้มีโอกาสแสดงความเคารพและรดน้ำขอพรที่มือของผู้อาวุโส เป็นกิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจและมีความหมายต่อจิตใจของดิฉันมาก ที่ประเทศเมียนมาจะมีประเพณีที่คล้ายคลึงกัน แต่การได้มาร่วมงานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นปีที่สอง ยิ่งทำให้ดิฉันมั่นใจว่า ประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทั้งปัจจุบันและอนาคตของดิฉัน ความประทับใจครั้งนี้ ดิฉันจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาร่วมสัมผัสบรรยากาศที่แสนพิเศษนี้ในปีหน้าด้วยกันค่ะ”


ส่วน Ms. Yi Mon Han (Ju Ju) นักศึกษาปริญญาโทจากประเทศเมียนมา คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี (KKBS) อีกหนึ่งสมาชิกในโครงการ ได้เปิดเผยด้วยรอยยิ้มว่าสงกรานต์คือเทศกาลที่เธอโปรดปรานที่สุดในบรรดาเทศกาลไทยทั้งหมด “ดิฉันชอบการเต้นรำ ดนตรี และการแต่งกายแบบดั้งเดิมของไทยมากค่ะ วันนี้ดิฉันมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้เห็นทุกคนพร้อมใจกันสวมเสื้อลายดอกที่มีสีสันสดใสเต็มไปหมด มันเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีความสุขมากที่ได้เห็นผู้คนมีชีวิตชีวาขนาดนี้ นอกจากนี้ดิฉันยังประทับใจที่เห็นคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ไปจนถึงผู้สูงอายุ มารวมตัวกันอย่างอบอุ่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเป็นภาพทางวัฒนธรรมที่งดงามและน่าประทับใจมากค่ะกิจกรรมวันนี้วิเศษมากจริงๆ และดิฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาอันแสนสุขนี้เลยค่ะ


ปิดท้ายด้วย Ms. Adiba Tsalsabilla (Chachak) นักศึกษาคณะเทคโนโลยี จากอินโดนีเซีย เผยความรู้สึกถึงการแต่งกายที่วันนี้ได้ใส่เสื้อลายดอก ซึ่งเป็นสื้อที่มักสวมใส่ในเทศกาลสงกรานต์ว่า “ฉันรู้สึกทึ่งมากเพราะไม่เคยใส่ชุดพิเศษแบบนี้มาก่อนเลย พอได้ใส่แล้วรู้สึก ‘ว้าว มันเท่มาก’ ทุกคนที่ใส่ชุดไทยดูมีความสุข สวยงาม และดูดี นอกจากขบวนแห่และของตกแต่งตามท้องถนนจะสวยงามแล้ว ฉันยังได้ทานอาหารอร่อยมากมาย ใครที่ไม่มาในปีหน้าจะต้องเสียใจแน่นอนค่ะ 

ด้าน น.ส.เนตรดาว จำเริญดารารัศมี นักวิเทศสัมพันธ์ ชำนาญการ Senior Project ของโครงการ “Chit Chat in KKU Workplace” เปิดเผยเกี่ยวกับการส่งเสริมให้นักศึกษาฯเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยว่า
“โครงการนี้เรามุ่งเน้นสร้างพื้นที่ที่เกิดประโยชน์กับทั้งในด้านของ บุคลากร มข. และ นศต่างชาติ เราพบว่าพวกเขามีการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างเห็นได้ชัด มีความกล้าที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษในองค์กรมากขึ้น ซึ่งบรรยากาศในงานบุญเดือนห้าวันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ดีว่าความกล้าพูดทำให้เกิดมิตรภาพไร้พรมแดนจริงๆ ค่ะ
“สำหรับนักศึกษาต่างชาติ เราไม่ได้มองว่าพวกเขาแค่มาเรียน แต่เราอยากให้เขารู้สึกอบอุ่นและ รู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน (Feel like home) การได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกับบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ทำให้นักศึกษาได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ คุ้นชินกับสถานที่และเจ้าหน้าที่ในที่ทำงานจริง จนเขารู้สึกว่าเขาคือ ส่วนหนึ่งของครอบครัวมหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างแท้จริงค่ะ ซึ่งสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นนานาชาติที่เราจะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ มข. เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ของพลเมืองโลกค่ะสุดท้ายนี้อยากชวนทุกคนมาม่วนจอย Chit Chat และสร้างประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ร่วมกันที่ มข. ในกิจกรรมครั้งต่อๆ ไปนะคะ”

การเข้าร่วมงานของนักศึกษาต่างชาติทั้ง 5 คน จากฟิลิปปินส์ เมียนมา และอินโดนีเซียในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีไว้เพียงการตักตวงความรู้จากตำราเท่านั้น แต่ความงดงามที่แท้จริงคือการได้เปิดใจเรียนรู้เสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำขอพรผู้อาวุโส การสวมชุดที่สอดคล้องกับเทศกาล หรือการแบ่งปันรอยยิ้มผ่านการปะแป้ง ล้วนเป็นบทเรียนแห่งมิตรภาพและพหุวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม นอกจากนี้ยังเป็นการยืนยันว่างาน "บุญเดือนห้า แห่พุทธบูชา สมมาอาวุโส" ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มิได้เป็นเพียงการอนุรักษ์ฮีตคองอีสาน แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมที่ทรงพลัง ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2569–2572 ที่มุ่งสร้างความเป็นนานาชาติและพัฒนาบัณฑิตให้เป็นพลเมืองโลก (Global Learners) ผ่านมิติทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงสังคมเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน

 

สามารถชมภาพกิจกรรมนี้ได้ที่ อัลบั้มภาพบุญเดือน 5 แห่พุทธบูชา สมมาอาวุโส ประจำปี 2569 ได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/185bf4EThA/?mibextid=wwXIfr

ข่าว:  รวิพร สายแสนทอง นักประชาสัมพันธ์ กองสื่อสารองค์กร

เรียบเรียง/ข้อมูล : พราวแสง สิริภานุวัฒน์ นักวิเทศสัมพันธ์ กองการต่างประเทศ

ภาพ: กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 


Poster : พราวแสง ภูสิงหา [Ms. Prowsaeng Poosinghar] | 10 เมษายน 69